
หลากคุณสมบัติล่าสุดของ Adobe Lightroom ที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้พลิกวิธีการใหม่ๆ ให้กับการแต่งภาพและถ่ายภาพของเรา—กองบรรณาธิการ App Store

ปีนี้ แอปแต่งภาพและจัดการรูปภาพในดวงใจใครหลายคนได้ยกระดับความเจ๋งยิ่งกว่าเดิม ด้วยการเพิ่มคุณสมบัติจากขุมพลัง Generative AI เข้ามาเพียบ Adobe Lightroom นั้นไม่เหมือนกับแอปอื่นๆ ที่เราเคยใช้มา เพราะสามารถลบสิ่งที่เราไม่ต้องการในรูปได้อย่างน่าอัศจรรย์ รวมถึงช่วยสร้างมาสก์ให้กับรูปภาพได้แบบอัตโนมัติ และจัดระเบียบคลังรูปภาพที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ของเราได้ด้วย แต่ผลลัพธ์ที่สำคัญที่สุดที่แอปมอบให้เราก็คงเป็นการที่แอปนี้ได้เปลี่ยนโฉมกระบวนการถ่ายภาพของเราแบบถึงแก่นโดยที่เราแทบไม่ทันได้สังเกตเลย
คุณสมบัติ Denoise ที่ใช้ AI ยังได้พลิกโฉมวิธีที่เราใช้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยไปอย่างสิ้นเชิงอีกด้วย เครื่องมือที่เทรนกับภาพถ่ายมาหลายล้านรูปนี้จะช่วยหาและแก้ไขแพทเทิร์ตของนอยส์ที่ดูเหมือนเกรนหรือจุดเล็กๆ ซึ่งกระจายอยู่ทั่วรูปให้คุณ
ด้วยความที่เรารู้ว่า เราสามารถลบนอยส์ทีหลังได้แล้ว เราจึงเปลี่ยนวิธีถ่ายภาพอีเวนต์ในร่มที่เปิดแฟลชไม่ได้ โดยตั้งค่า ISO ของกล้องไว้ที่ 12800 ค่านี้จะทำให้เราเก็บรายละเอียดต่างๆ ของภาพในที่แสงน้อยได้ แต่ก็แลกมาด้วยนอยส์เพียบ พอใช้ Denoise บวกกับปรับนู่นนี่อีกนิดหน่อย เราก็จะได้ภาพที่สวยสุดๆ ขนาดที่ซูมดูใกล้ๆ ก็ยังสวย
การมาสก์ภาพด้วย AI ใน Adobe Lightroom ทำให้กระบวนการแต่งภาพเร็วขึ้นมากๆ ตอนที่รูปพระอาทิตย์ตกที่เราถ่ายที่เมืองมอนเทอเรย์ในแคลิฟอร์เนียสีไม่จัดอย่างที่เราจำได้ เราก็ให้ Adobe Lightroom เลือกเฉพาะส่วนที่เป็นท้องฟ้าให้ จากนั้นเราก็เพิ่มคอนทราสต์เองเพื่อให้ก้อนเมฆดูอลังการ และปรับไวท์บาลานซ์เพื่อให้สีทองยามพระอาทิตย์กำลังตกดูเด่นขึ้นมา

การมาสก์โดยได้ AI มาช่วยนี่สุดยอดยิ่งกว่าเดิมเมื่อเป็นภาพถ่ายบุคคล เพราะไม่ใช่แค่ช่วยมาสก์ตัวบุคคลให้ แต่ยังมีให้เราติ๊กว่าจะเลือกมาสก์เฉพาะผม เสื้อผ้า ฟัน ปาก คิ้ว หรือแม้กระทั่งม่านตาและรูม่านตาก็ยังได้
เครื่องมือ Lens Blur ที่มาใหม่ใน Adobe Lightroom ก็ช่วยเติมเต็มภาพถ่ายครอบครัวใบเก่าด้วยมิติใหม่ๆ เครื่องมือนี้จะใช้ AI มาเพิ่มเอฟเฟกต์โบเก้ให้กับรูป เพื่อทำให้ฉากหลังเบลอแต่คนในรูปยังชัด แถมเรายังถูกใจตัวเลือกการปรับโฟกัสเรนจ์เอามากๆ เพราะเวลาที่เราเบลอฉากหลังทั้งหมด คนที่ยืนอยู่หลังบุคคลหลักในภาพจะไม่ถูกเบลอตามไปด้วย เรียกได้ว่าช่วยเพิ่มมิติสวยๆ ใหม่ๆ ให้กับภาพได้ในไม่กี่วินาที

นอกจากนี้ เรายังชอบที่ Adobe Lightroom เน้นเรื่องความโปร่งใส เพราะเทคโนโลยี Content Credentials ใหม่ของ Adobe จะบอกผู้ที่เปิดภาพถ่ายของคุณในแอปที่รองรับทันทีว่า ภาพนั้นมีการปรับแต่งด้วย AI ตรงไหนบ้าง
ในปีที่เต็มไปด้วยความเป็นไปได้ใหม่ๆ เกี่ยวกับความคิดสร้างสรรค์และ AI นี้ มีเครื่องมือปรับแต่งภาพถ่ายน้อยมากที่สามารถช่วยให้เหล่าครีเอทีฟสร้างสรรค์ผลงานได้ตรงตามที่ใจต้องการเหมือนกับ Adobe Lightroom
คุณสามารถตรวจสอบรายละเอียดการใช้งานร่วมกันของอุปกรณ์ได้ที่ส่วน ‘ข้อมูล’ ในหน้าผลิตภัณฑ์ของแอป

อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ชนะปี 2024

เคล็ดลับดีๆ
ถ้าอยากนำค่าต่างๆ ที่คุณปรับไว้ในภาพหนึ่ง ไปใช้กับภาพอื่นๆ อีกหลายภาพด้วยล่ะก็ คุณก็ทำได้ง่ายสุดๆ ราวกับก๊อปแล้ววางค่าเลย แถมคุณสมบัตินี้ยังใช้กับการมาสก์ได้ด้วย กล่าวคือถ้าคุณมาสก์เพื่อจะปรับเฉพาะส่วนที่เป็นดวงตาหรือเสื้อผ้า คุณก็สามารถนำค่าการปรับแต่งนั้นไปใช้กับภาพอื่นๆ ของคนคนนั้นได้ด้วย ถึงในแต่ละภาพจะโพสท่าไม่เหมือนกันเลยก็ตาม!
เกร็ดน่ารู้
Adobe Lightroom เริ่มต้นจากการเป็นโปรเจกต์เสริมที่มีโค้ดเนมว่า Shadowland ของ Mark Hamburg นักพัฒนา Photoshop เป้าหมายของเขาคือเพื่อช่วยให้ช่างภาพสามารถจัดการกับไฟล์ RAW ในปริมาณมหาศาลได้ และชื่อ Shadowland นี้เองก็ตั้งขึ้นตามชื่ออัลบั้มเพลงคันทรีที่เขาชอบ
พบนักพัฒนา
Adobe ก่อตั้งขึ้นในปี 1982 โดยนักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ที่ชื่อ Charles Geschke และ John Warnock นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2007 แอป Lightroom ก็ได้ขยายใหญ่ขึ้นจนกลายเป็นระบบนิเวศครบวงจรที่ประกอบด้วย Adobe Lightroom, Lightroom Classic และอีกหลายเวอร์ชันสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่
