BEST OF 2018

เทรนด์แอพแห่งปี: การดูแลตัวเอง

ปี 2018 คือปีแห่งการดูแลตัวเอง

ความหมายของคำว่าการดูแลตัวเองนั้นกว้างมาก และมีความหมายที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่ว่าแต่ละคนจะตีความอย่างไร เหมือนเวลาเราได้ยินคำว่า “กาแฟสูตรพิเศษ” หรือ “เพลงอัลเทอร์เนทีฟ” ที่สามารถตีความได้หลายแบบ การดูแลตัวเองก็เช่นกัน คนเราสามารถดูแลตัวเองได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การหายใจให้ลึกขึ้นหรือหาเวลาดูแลตัวเองมากขึ้น

นี่คือที่มาที่ทำให้ปีนี้เราได้ทำความรู้จักแอพดีๆ ที่ได้เข้ามาช่วยให้การดูแลตัวเองดีและง่ายขึ้นไปอีกขั้น

จากเดิมที่แอพทำได้แค่นับก้าวเดิน นับแคลอรี่ และดูแลสุขภาพร่างกายให้เรา แต่วันนี้แอพทั้งหลายได้รับการพัฒนาให้ก้าวหน้ามากขึ้นพอที่จะดูแลสุขภาพจิตของเราได้ด้วยเช่นกัน

“คุณสามารถเรียนรู้อะไรได้มากมายจากการอ่านหนังสือหรือปรึกษาจิตแพทย์ แต่แอพจะฝึกฝนเราทีละเล็กทีละน้อยในทุกๆ วัน” Judson Brewer นักจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยบราวน์ และวิทยากร TED talk ผู้ขึ้นไปพูดในหัวข้อ “A Simple Way to Break a Bad Habit”

มองปัญหาให้เป็นโอกาส

แอพ Fabulous ที่ได้รับความช่วยเหลือจากแล็บที่ทำการศึกษาด้านเศรษฐศาสตร์พฤติกรรมของมหาวิทยาลัย Duke University มุ่งที่จะส่งเสริมให้เราสร้างพฤติกรรมใหม่ๆ ด้วยการให้คำแนะนำเชิงวิทยาศาสตร์และกิจกรรมรายวันอย่างเช่นการดื่มน้ำ การดูแลฟัน หรือแม้กระทั่งการโทรหาพ่อแม่ ที่พวกเราทุกคนสามารถทำตามได้ไม่ยาก เพื่อในท้ายที่สุดเราจะได้มีความสุขมากขึ้น สุขภาพดีขึ้น และฉลาดมากขึ้น

และถ้าคุณต้องการกำลังใจ Shine ก็มีให้คุณได้เสมอ แอพมีคลิปเสียงที่สร้างกำลังใจให้เราพร้อมกับภารกิจรายวันที่จะเสริมสร้างความมั่นใจให้เราไปด้วย พร้อมกับการแจ้งเตือนรายวันอย่าง “You got this!” และ “Trust your dopeness!” เพื่อให้คุณสู้ต่อไปอย่างไม่ท้อถอย

ในขณะที่แอพทำสมาธิอย่าง Calm, 10% Happier และ Headspace ต่างมีแบบฝึกหัดที่จะพาเราไปทำความเข้าใจกับเรื่องที่ส่วนตัวมากๆ เช่น การให้อภัย การปล่อยวาง และการเลิกดูแคลนตัวเอง เพื่อปรับทัศนคติและมุมมองต่อโลกและชีวิตของเราทุกคนด้วย

แอพเหล่านี้ให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของคุณเหนือสิ่งอื่นใด

การเล่นเกมก็สามารถทำให้จิตใจเราสงบลงได้เช่นกัน ในแอพ #SelfCare จะพาเราไปทำกิจกรรมซ้ำๆ เดิมๆ เช่น การระบายสีวงกลม เลี้ยงแมว หรือซักผ้า ซึ่งมาจากแนวคิดที่ว่า ถ้าหากเราสามารถจัดการความวิตกกังวลของเราในพื้นที่ดิจิทัลได้ แปลว่าเราก็สามารถจัดการกับความเครียดในชีวิตจริงได้มากยิ่งขึ้นเช่นกัน

บางแอพก็จะช่วยเราจัดการกับปัญหาที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่อ้อมค้อมเลย เมื่อนักพัฒนาอย่าง Elle Huerta จบความสัมพันธ์กับแฟนที่คบกันมานานในช่วงอายุ 20 กว่าๆ เธอพยายามค้นหาทั่วอินเทอร์เน็ตว่า มีอะไรบ้างที่พอจะช่วยให้เธอหายจากความเศร้านี้ แต่กลับเจอแต่คำแนะนำที่ไม่เกิดประโยชน์และใช้ไม่ได้จริงในชีวิต เธอจึงสร้าง Mend ขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนมุมมองของคนที่เพิ่งเลิกรา ให้มองว่าเป็นโอกาสที่เราจะได้ทบทวนชีวิตและความสัมพันธ์ เราจะได้กลับมาย้อนดูตัวเองอีกครั้งว่าจริงๆ แล้วเราต้องการอะไรในชีวิตกันแน่ และในปีนี้แอพก็ได้เพิ่มฟีเจอร์ที่จะให้คนช้ำรักทุกคนได้เลือกธีมตามแต่ละสัปดาห์ เพื่อช่วยเยียวยาหัวใจของทุกคนให้กลับมาดีเหมือนเดิมเร็วขึ้นด้วย

ในขณะที่แอพ Joyable ช่วยให้เราจัดการกับความเครียด ความกังวล และโรคซึมเศร้า ด้วยการสร้างคอร์สที่ออกแบบเฉพาะบุคคลนานแปดสัปดาห์ผ่านเทคนิคที่เรียกว่า การบำบัดทางความคิดและพฤติกรรม หรือ Cognitive Behavioral Therapy (CBT) และจับคู่ผู้ใช้งานกับโค้ชด้าน CBT ผ่านทางข้อความ อีเมล หรือโทรศัพท์ เพื่อทำให้เราเข้าใจสภาวะที่เรากำลังเผชิญอยู่ และหาทางออกจากจุดนั้นให้ได้ด้วย

เปลี่ยนแปลงเพื่อสิ่งที่ดีกว่า

แอพเหล่านี้ทำให้การดูแลตัวเองเป็นเรื่องที่คนทั่วโลกเข้าใจและเข้าถึงได้มากขึ้นด้วย

“เราสามารถล็อกอินเข้ามาและพบว่า ‘ตอนนี้มีคนอีก 100,000 คนที่กำลังทำสมาธิร่วมกันกับฉันอยู่’” Sara Lazar ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาของมหาวิทยาลัย Harvard University ผู้ศึกษาเรื่องผลกระทบของโยคะและการทำสมาธิที่มีต่อสมองกล่าว “ความรู้สึกของการเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนทำให้ประสบการณ์การใช้แอพเหล่านี้มีเอกลักษณ์แบบที่แอพอื่นให้ไม่ได้”

ในท้ายที่สุดแล้ว แอพเหล่านี้ก็เหมือนการดูแลตัวเองนั่นแหละ มันควรจะง่าย และเปลี่ยนชีวิตของเราให้ดีขึ้นได้แบบไม่ต้องมีข้อแม้อะไรมากเลย

    Fabulous - Daily Self Care

    สุขภาพและฟิตเนส

    ดู

    Shine: Calm Anxiety & Stress

    สุขภาพและฟิตเนส

    ดู

    Calm

    สุขภาพและฟิตเนส

    ดู

    Ten Percent Happier Meditation

    สุขภาพและฟิตเนส

    ดู

    Headspace: Meditation & Sleep

    สุขภาพและฟิตเนส

    ดู

    #SelfCare

    เกม

    ดู

    Mend: Breakup & Divorce Guide

    สุขภาพและฟิตเนส

    ดู

    Joyable: An AbleTo Program

    สุขภาพและฟิตเนส

    ดู

อ่านเรื่องราวผลงานแห่งปี 2018 เพิ่มเติม