BEST OF 2018

เทรนด์เกมแห่งปี: Battle Royale

เกมแนวต่อสู้เพื่อความอยู่รอดคว้าชัยในปี 2018 ไปครองได้อย่างไร? หาคำตอบได้ที่นี่

นี่คือปีทองของเกมแนว “Battle Royale” อย่างแท้จริง เกมแนวต่อสู้เพื่อหาผู้ชนะเพียงหนึ่งเดียวนี้ได้ระเบิดความมันสร้างความนิยมอย่างล้นหลามจนกลายเป็นป๊อปคัลเจอร์ไปแล้วอย่างเต็มตัว

แต่เกมแนว Battle Royale ไม่ได้เพิ่งมีนะ มันเป็นส่วนหนึ่งของเกมการแข่งขันมาพร้อมๆ กับเกมฮิตอย่าง Clash Royale และ Hearthstone เลยล่ะ โดยเกมแนว Battle Royale เริ่มเป็นที่รู้จักในปี 2013 จากการเป็น Mod ของเกมออนไลน์ DayZ หลายปีให้หลัง Brendan Greene ผู้สร้าง Mod ก็ได้นำแนวคิดและระบบที่เขาสร้างไปทำเป็นเกมโฉมใหม่ขึ้นมาซึ่งก็รู้จักกันในชื่อ PlayerUnknown’s Battlegrounds (หรือเรียกสั้นๆ ว่า PUBG) สำหรับเล่นบน PC นั่นเอง

PUBG ได้วางรากฐานและกฎกติกาให้กับเกมแนวนี้ไว้เรียบร้อยซึ่งก็เป็นการเล่นที่ตรงไปตรงมาคือ ตัวละครของคุณถูกปล่อยลงไปในเกาะพร้อมผู้เล่นอีก 99 คนโดยใครรอดชีวิตเป็นคนสุดท้ายก็คือผู้ชนะ เพื่อให้มีความเท่าเทียมในแมตช์ ผู้เล่นแต่ละคนจะไม่มีอาวุธอะไรติดตัวลงไปในสนามรบเลย ซึ่งก็ทำให้แต่ละแมตช์มีการต่อสู้ที่สดใหม่ทุกครั้ง แถมยังสร้างความสมดุลให้กับผู้เล่นใหม่และผู้เล่นชั้นเซียนอีกด้วย

คุณจะเลือกเล่นแบบโฟกัสไปที่การหาไอเทมและอาวุธเจ๋งๆ หลบอยู่ในพุ่มไม้รอจังหวะ หรือจะบู๊แหลกกับผู้เล่นอื่นก็แล้วแต่คุณเลย ไม่มีคำว่าผิดถูกมากำกับการตัดสินใจของคุณได้ ด้วยความสนุกตื่นเต้นผสมผสานความอิสระนี้เองจึงทำให้เกมแนว Battle Royale พุ่งทะยานขึ้นเป็นที่นิยมในวงการเกมได้อย่างรวดเร็ว

เสน่ห์ดึงดูดใจของ Fortnite อยู่ที่โลกที่กว้างใหญ่และมีอะไรให้เล่นเพียบ คุณไม่ได้ต่อสู้อย่างเดียวนะ คุณจะได้สร้างสิ่งก่อสร้างด้วย

“เกมในโหมด Battle Royale ได้เปิดโอกาสให้ค่ายเกมมากมาย” Donald Mustard ครีเอทีฟไดเรกเตอร์ของ Fortnite กล่าว โดยค่ายที่เขาอยู่อย่าง Epic Games ได้เพิ่ม Battle Royale ไว้ในเกมสร้างป้อมป้องกันฐานทัพของพวกเขาในปี 2017 “แต่ว่ามันจะประสบความสำเร็จก็ต่อเมื่อคุณเป็นคนที่เหลืออยู่คนสุดท้ายและคว้าชัยชนะไปครอง”

ถึงคุณจะไม่เคยเล่นเกมในปี 2018 มาก่อนก็คงต้องเคยได้ยินชื่อ Fortnite มาบ้าง ก็เพราะเกมนี้เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของแนว Battle Royale ไปแล้วนั่นเอง ตอนนี้มีผู้เล่นหลายล้านคนที่เล่นเกมนี้อยู่ทุกวัน ขนาดนักกีฬามืออาชีพก็ยังฉลองหลังการแข่งด้วยการเล่น Fortnite เลย แถมมีโรงเรียนจัดงานในธีม Fortnite ให้คุณแม่กับคุณลูกมาเต้นด้วยกันอีกด้วย

เกมนี้ไม่เหมือนกับเกม PUBG ที่โฟกัสไปที่การยิงต่อสู้อย่างเดียว เสน่ห์ของ Fortnite อยู่ที่โลกที่กว้างใหญ่และมีอะไรให้เล่นเพียบ คุณไม่ได้ต่อสู้อย่างเดียวนะ คุณจะได้สร้างสิ่งก่อสร้างด้วย ผู้เล่นสามารถทำลายต้นไม้ รถยนต์และบ้านเพื่อเก็บสะสมวัสดุอุปกรณ์เพื่อใช้มันสร้างเป็นสิ่งใหม่ๆ ได้ ซึ่งถ้าสร้างแต่ละส่วนรวมกันดีๆ มันจะกลายเป็นป้อมปราการสูงตระหง่านหรือเป็นทางขึ้นลัดไปยังยอดเขาได้เลยล่ะ

“ในเกมไม่มีภาพความรุนแรง และไม่มีเลือดด้วย” Nick Bowman รองศาสตราจารย์ของมหาวิทยาลัย West Virginia University ผู้ศึกษาเรื่องความต้องการด้านความรู้ความเข้าใจด้านอารมณ์ ด้านร่างกายและด้านสังคมของวิดีโอเกมและโซเชียลมีเดียกล่าว “มันจะเป็นการต่อสู้ที่คน 100 คนวิ่งไปมาในโลกสีสดใสไล่ตามแฮมเบอร์เกอร์ตัวตลกและไดโนเสาร์สีม่วงมากกว่า”

ความคิดสร้างสรรค์ของ Fortnite นี่แหละที่เป็นไพ่ตายของเกม ตั้งแต่ท่าเต้นสุดกวนหลากแบบรวมไปถึงชุดแปลกๆ ที่มีให้เลือกสวมใส่อีกมากมาย การต่อสู้แต่ละแมตช์จะไม่มีทางเหมือนกัน คุณจะเจอกับสถานการณ์สดใหม่ตลอดเวลา ซึ่งสิ่งที่เหมือนกันและไม่เคยเปลี่ยนก็คือ ทุกๆ แมตช์นั้นเข้าร่วมได้ง่ายสุดๆ

“คำว่า ‘ความเสมอภาคของมนุษย์’ เป็นหัวใจหลักเลย” Nick กล่าว “มันเล่นง่าย เข้าถึงได้ทุกคน มันเหมือนอาหารจานด่วนที่ทานง่ายได้ทุกเวลา คุณจะใช้เวลากับมันเป็นชั่วโมงๆ หรือเล่นตอนนั่งรถบัสแค่ 5 นาทีก็ทำได้”

แต่เอาจริงๆ คุณไม่ได้เล่น Fortnite แค่ 5 นาทีแน่ๆ การเปิดตัวของเกม Fortnite และ PUBG Moblie บน App Store ในช่วงต้นปีที่ผ่านมานั้นได้นำเกมแนว Battle Royale ที่เมื่อก่อนเล่นได้แค่ที่บ้านให้ออกมาโลดแล่นให้เล่นได้ทุกที่ทุกเวลา โดยเฉพาะเกม Fortnite เวอร์ชันพกพาก็นี้ได้สร้างความสำเร็จทางด้านเทคนิคที่ยิ่งใหญ่โดยสามารถทำให้ผู้เล่นทั้งในแพลตฟอร์มพกพา คอนโซลและ PC สามารถเข้าไปเล่นด้วยกันได้ในโลกดิจิทัลแห่งเดียวกัน นี่ถือว่าเป็นการทลายเส้นแบ่งระหว่างแพลตฟอร์มที่มีมายาวนานลงอย่างสิ้นเชิง คราวนี้ถึงคุณและเพื่อนๆ จะเล่นในอุปกรณ์ที่แตกต่างกันก็ยังเข้ามาเล่นในแมตช์เดียวกันได้แบบสบายๆ

ถึงจะไม่ได้เล่นก็มีอะไรเพลินๆ ให้สนุกไปกับ Fortnite ได้ด้วยนะ ตอนนี้มีคนนับล้านล็อกอินเข้าไปในแอพสตรีมมิ่งอย่าง Twitch เพื่อไปชมการแข่งขันสุดมันของผู้เล่นอื่นด้วย

จริงๆ แล้วถึงคุณจะไม่ได้เล่นเกมนี้ก็มีอะไรเพลินๆ ให้สนุกไปกับ Fortnite ได้ด้วยนะ ตอนนี้มีคนนับล้านล็อกอินเข้าไปในแอพสตรีมมิ่งอย่าง Twitch เพื่อไปชมการแข่งขันสุดมันของผู้เล่นอื่นด้วย เกมเมอร์ซุปตาร์อย่าง Tyler “Ninja” Blevins และ Ali “Myth” Kabbani ก็สร้างกระแสฮือฮามาแล้วในชั่วข้ามคืน นอกจากนั้นในแมตช์ที่ Ninja แข่งขันกับแร็พเปอร์ชื่อดังอย่าง Drake ก็มียอดวิวใน Twitch อย่างถล่มทลาย

“เกม Fortnite หาตรงกลางของความสัมพันธ์ที่ดีและประสบการณ์ทางสังคมในวิดีโอเกมได้อย่างลงตัว” Marcus Carter อาจารย์ในสาขาวัฒนธรรมดิจิทัลที่มหาวิทยาลัย University of Sydney กล่าว “และผมก็คิดว่าสิ่งที่เกม Battle Royale ให้เรากลับคืนมาก็คือ การเป็นสื่อกลางสร้างความสัมพันธ์แบบดิจิทัล”

การพาผู้คนมาสนุกด้วยกัน นี่แหละคือสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดของการเล่นเกม โดยเกมแนว Battle Royale ไม่เพียงแต่ขยายขอบเขตของแนวเกมให้กว้างขึ้นเท่านั้น แต่ยังสื่อความหมายดีๆ ของการเล่นเกมอีกด้วย ซึ่งในปี 2018 ก็เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เราได้มารวมตัวและสนุกกับเกมไปด้วยกันได้อีกครั้ง นี่แหละคือความสุดยอดของเกมอย่างแท้จริง

    Fortnite

    เกม

    ดู

    PUBG MOBILE - NEW MAP: LIVIK

    กินไก่ได้ใน 15 นาที

    ดู

    Clash Royale

    ศึกการ์ดแบบเรียลไทม์สุดอีปิค!

    ดู

    Hearthstone

    เกม

    ดู

    Twitch

    ชม Fortnite, PUBG & ไลฟ์สไตล์

    ดู

อ่านเรื่องราวผลงานแห่งปี 2018 เพิ่มเติม